รายงานผลการปฏิบัติราชการ ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ รอบ 12 เดือน
การวิเคราะห์ศักยภาพการพัฒนาของจังหวัดกาญจนบุรี ด้วย SWOT Analysis
การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน จุดเเข็ง (Strength : S) 1. มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายเชิงนิเวศ ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและศาสนา 2. อยู่ใกล้ กทม. ทำให้การคมนาคมสะดวก 3. มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ เนื้อที่ 12.17 ล้านไร่ 4. เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดหวานและข้าวโพดอ่อน 5. มีโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร ที่มีกำลังการผลิตสูง 6. มีแหล่งน้ำมาก ทั้งเขื่อนและแหล่งน้ำธรรมชาติ 7. มีพื้นที่ติดชายแดนทางตะวันตกกับพม่า ยาว 370 กม. มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ติด 1 ในเอเชีย (ทุ่งใหญ่นเรศวร) 8. แนวท่อก๊าซธรรมชาติผ่าน มีศักยภาพในการก่อสร้างสถานีแรงดันต่ำ เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานราคาถูกในภาคอุตสาหกรรม 9. มีสนามบิน ที่พร้อมจะพัฒนาเป็นสนามบินพาณิชย์ก่อน 10. การพัฒนาคนด้านการศึกษา จุดอ่อน (Weakness : W) 1. ขาดแผนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ยังไม่บูรณาการกันเท่าที่ควร 2. การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ยังไม่เป็นระบบและไม่ส่งผลอย่างมีพลัง 3. ยุทธศาสตร์หลักด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งการสนับสนุนงบประมาณยังไม่ชัดเจน 4. การบริหารจัดการด้านการเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม ยังไม่เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานเกษตรปลอดสารพิษ 5. พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่สาธารณะและที่ราชพัสดุ รวมทั้งขาดแคลนน้ำ (เนื้อที่จังหวัด 12.17 ล้านไร่ ที่สาธารณะ 7.44 ล้านไร่) 6. มีการบุกรุก และทำงายทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะด้านป่าไม้ 7. มีช่องทางการเข้าออก ตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการควบคุมดูแล (มี 43 ช่องทาง) 8.ในพื้นที่บางส่วนยังแห้งแล้งอยู่ 9. ปัญหาการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐบริเวณชายแดน 10. มีปัญหาเรื่องแนวเขตแดนและชนกลุ่มน้อยของประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไม่มีจุดผ่านแดนและตลาดการค้าชายแดนที่เป็นทางการ 11. ขาดศูนย์ประชุมที่ได้มาตรฐาน การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก โอกาส (Opportunity : O) 1. แนวโน้มความต้องการพืชพลังงาน / พลังงานสะอาดสูง 2. มีเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างชายแดนสู่ท่าเรือน้ำลึก ที่เมืองทวาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนของ จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้จังหวัดมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการค้าผ่านแดน และเป็นประตูสู่อันดามันได้ 3. สามารถใช้แรงงานต่างด้าวแบบเช้าไป เย็นกลับ 4. มีแผนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ กทม.- กาญจนบุรี 5. แนวโน้มการบริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัยเพิ่มขึ้น 6. นโยบายของรัฐส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ 7. กระแสการท่องเที่ยวชุมชน / เชิงวัมนธรรม อุปสรรค (Threat : T) 1. พลังงานต้นทุนทางการเกษตรและราคาผลิตผลทางการเกษตรมีความผันผวน 2. มีภัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรม 3. สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ มีผลกระทบด้านเกษตรและอุตสาหกรรม 4. มีปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 5. การเมืองที่ทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิด 6. ไข้หวัด 2009 (A H1 N1) 7. ข่าวสารที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เช่น วันสุริยุปราคา (เขื่อนแตก) 8. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย - พม่า
1. มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายเชิงนิเวศ ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและศาสนา 2. อยู่ใกล้ กทม. ทำให้การคมนาคมสะดวก 3. มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ เนื้อที่ 12.17 ล้านไร่ 4. เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดหวานและข้าวโพดอ่อน 5. มีโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร ที่มีกำลังการผลิตสูง 6. มีแหล่งน้ำมาก ทั้งเขื่อนและแหล่งน้ำธรรมชาติ 7. มีพื้นที่ติดชายแดนทางตะวันตกกับพม่า ยาว 370 กม. มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ติด 1 ในเอเชีย (ทุ่งใหญ่นเรศวร) 8. แนวท่อก๊าซธรรมชาติผ่าน มีศักยภาพในการก่อสร้างสถานีแรงดันต่ำ เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานราคาถูกในภาคอุตสาหกรรม 9. มีสนามบิน ที่พร้อมจะพัฒนาเป็นสนามบินพาณิชย์ก่อน 10. การพัฒนาคนด้านการศึกษา
1. ขาดแผนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ยังไม่บูรณาการกันเท่าที่ควร 2. การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ยังไม่เป็นระบบและไม่ส่งผลอย่างมีพลัง 3. ยุทธศาสตร์หลักด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งการสนับสนุนงบประมาณยังไม่ชัดเจน 4. การบริหารจัดการด้านการเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม ยังไม่เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานเกษตรปลอดสารพิษ 5. พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่สาธารณะและที่ราชพัสดุ รวมทั้งขาดแคลนน้ำ (เนื้อที่จังหวัด 12.17 ล้านไร่ ที่สาธารณะ 7.44 ล้านไร่) 6. มีการบุกรุก และทำงายทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะด้านป่าไม้ 7. มีช่องทางการเข้าออก ตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการควบคุมดูแล (มี 43 ช่องทาง) 8.ในพื้นที่บางส่วนยังแห้งแล้งอยู่ 9. ปัญหาการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐบริเวณชายแดน 10. มีปัญหาเรื่องแนวเขตแดนและชนกลุ่มน้อยของประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไม่มีจุดผ่านแดนและตลาดการค้าชายแดนที่เป็นทางการ 11. ขาดศูนย์ประชุมที่ได้มาตรฐาน