ชื่อสำนักงานจังหวัดปรากฎขึ้นเป็นครั้งแรกในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พุทธศักราช 2495 ในส่วนที่ว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการของจังหวัด
ตามมาตรา 38 ได้บัญญัติให้แบ่งส่วนราชการของจังหวัด ดังนี้
- สำนักงานจังหวัดมีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของจังหวัด
และมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาและรับผิดชอบ
- ส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งกระทรวง ทบวง กรม ได้จัดตั้งขึ้น
มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวง ทบวง กรมนั้นๆ
แม้ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวได้กำหนดให้มีสำนักงาน
เป็นศูนย์กลางในการบริหารราชการอำนวยการและประสานราชการจังหวัด
ตั้งแต่พุทธศักราช 2495 ก็ตามแต่ก็ยังมิได้มีการจัดตั้งสำนักงานจังหวัด จนกระทั่งพุทธศักราช 2516 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พุทธศักราช 2516 เห็นชอบให้มีอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจังหวัดในปีพุทธศักราช 2519
ต่อมาภายหลังได้ยกฐานะสำนักงานจังหวัดเป็นส่วนราชการสังกัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยโดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชา และมีภารกิจหน้าที่อยู่ 2 ประการ ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัด
และรับผิดชอบในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด
เนื่องจากสำนักงานจังหวัดเป็นหน่วยงานราชการ
จึงมีการจัดโครงสร้างและการบริหารจัดการในรูปแบบขององค์การระบบราชการ
(Ideal Type Bureaucracy) ที่แบ่งงานกันตามความถนัดเฉพาะด้าน (Specialization)
ยึดหลักสายการบังคับบัญชาตามลำดับชั้น (Hierachy)
ยึดกฎหมายและระเบียบเป็นหลักในการปฏิบัติงาน (Procedures and regulations)
เน้นความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นส่วนตัว ไม่ยึดติดในตัวบุคคลแต่ยึดตำแหน่งเป็นหลัก
(Impersonallity) มีรับบุคลากรเข้าทำงานและเลื่อนตำแหน่งหรือให้ผลตอบแทน
ตามความสามารถ (Competency) และมีความมั่นคงในอาชีพการงาน (tenure)